เอกสารประกอบการฝึกอบรม

การพัฒนาสื่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

เรื่อง

การสร้างสื่อให้มีปฏิสัมพันธ์ด้วยโปรแกรม Macromedia flash

[เป็นภาพจาก Flash 5 แต่สามารถใช้งานได้กับ Flash รุ่นสูงกว่าได้]

************************

ความนำ

                ในการพัฒนาสื่อสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอนโดยทั่วไปเราจะพบว่า  ได้นำเอาคุณสมบัติการซ่อนตัว และแสดงตัวของวัตถุ เพื่อทำให้บทเรียนมีปฏิสัมพันธ์บ่อยๆ  ในโปรแกรม  Macromedia Flash 5  ก็สามารถสร้างสื่อให้มีปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ได้   สมมติสถานการณ์ว่าเราเราต้องการสร้างสื่อคอมพิวเตอร์เพื่อนำเสนอความรู้เรื่องการขยายเสียง      ให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำให้เสียงดังกว่าเสียงต้นแบบได้   โดยได้หาภาพ  ไมโครโฟน  เครื่องขยายเสียง  และลำโพง เชื่อมต่อกัน  โดยใช้ภาพเป็นตัวนำเสนอ    ดังแสดงในภาพที่ 1

 

ภาพที่ 1

 

 

จุดประสงค์

                1)     กำหนดบริเวณในเอกสาร Flash  ให้มีปฏิสัมพันธ์โดยเมื่อนำเม้าส์วางเหนือบริเวณที่กำหนด จะปรากฎคำอธิบายโดยย่อ

                2)     กำหนดบริเวณในเอกสาร Flash  ให้มีปฏิสัมพันธ์โดยเมื่อคลิกเม้าส์เหนือบริเวณที่กำหนด จะปรากฎคำอธิบายอย่างละเอียด/มีเสียงอธิบาย

 

สมมติสถานการณ์

                ต้องการให้ผู้ใช้เลื่อนเม้าส์เหนือบริเวณหมายเลขใดๆ   แล้วเกิดคำบอกกล่าวว่าอุปกรณ์ชนิดนั้นๆ คืออะไร     และเมื่อคลิกเม้าส์คำอธิบายหน้าที่การทำงานของอุปกรณ์นั้นจะปรากฎขึ้น   เราสามารถสร้างได้ดังนี้

 

ขั้นตอนในการสร้าง

                1. เปิดโปรแกรม Macromedia Flash  5

                2. สร้างภาพในโปรแกรมใดๆ เช่น Adobe photoshop     หรือโปรแกรม graphic  อื่นๆแล้ว copy ภาพเหล่านั้นมาวางใน stage

                3.  คลิกเม้าส์บนภาพที่วางบน stage จะเกิดสี่เหลี่ยมสีฟ้าล้อมรอบภาพดังกล่าว  ซึ่งหมายถึงการเลือกวัตถุ (ภาพ)นี้เป็นวัตถุเป้าหมาย  พร้อมรับคำสั่งมายังวัตถุนี้ต่อไป ดังแสดงในภาพที่ 2

ภาพที่ 2

                4. กด  Ctrl+B (Break Apart) ครั้งที่ 1 จะปรากฎเส้นสีดำล้อมรอบวัตถุที่เลือก ดังแสดงในภาพที่ 3

ภาพที่ 3

                5.  กด     Ctrl+B (Break Apart)   อีกครั้งหนึ่งวัตถุนี้จะปรากฎเป็นจุดเล็กๆ สีขาวเล็กๆโดยทั่วไป ดังแสดงในภาพที่ 4

ภาพที่ 4

                ขณะนี้ภาพจะถูกแยกออก เป็นส่วนย่อยๆ  พร้อมที่จะใช้ Lasso Tool ลากเพื่อตัดวัตถุนี้ออกเป็นบริเวณที่ต้องการ  

                6. นำ Lasso Tool  ขีดล้อมอาณาบริเวณที่ต้องการสร้างเป็น  Hyperlink      เพื่อแสดงอาณาเขตในการกำหนดบริเวณ     ดังแสดงในภาพที่ 5

 

ภาพที่ 5

 

กด Ctrl + c เพื่อคัดลอก (copy)    บริเวณนี้เข้าหน่วยความจำ แล้วกดปุ่ม New layer ดังแสดงในภาพที่ 6

 

ภาพที่ 6

 

 

                7.  จะเกิด Layer เพิ่มขึ้นอีก 1  Layer คลิกเม้าส์ตรงเฟรมที่ 1 (หมายเลข 1) Layer ที่ 2   แล้วคลิกเม้าส์  ต่อที่ edit      (หมายเลข 2)  ดังแสดงในภาพที่ 7

               

ภาพที่ 7

ภาพที่ 8

                จะเกิดเมนูย่อยของ edit แล้วคลิกเม้าส์ต่อที่ Paste in Place เพื่อให้ภาพที่วางอยู่ในตำแหน่ง    เดียวกับวัตถุต้นฉบับ  ผลที่เกิดขึ้นจะมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่ไปทับมีลักษณะเหมือนกับสิ่งที่ถูกทับ และอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน  ดังแสดงในภาพที่ 8

                8. คลิกเม้าส์ที่       Insert  > Convert to Symbol (เครื่องหมาย > หมายถึง"ในขั้นตอนต่อไปคลิกเม้าส์ที่ เมนู"  สัญลักษณ์ใช้ความหมายนี้   ตลอดทั้งเอกสาร) หรือกด F8 ดังแสดงในภาพที่ 9

 

           จะเกิดหน้าต่าง      Symbol Properties  คลิกเม้าส์ที่      radio button  ในช่อง button แล้วคลิกต่อที่  OK ดังแสดงในภาพที่ 10

ภาพที่ 9

 

ภาพที่ 10

                ตรงบริเวณที่วางภาพจะกลายเป็น button ซึ่งสามารถบรรจุคำสั่งของ Action Script ได้ดังแสดงในภาพที่ 11

                9. คลิกเม้าส์ที่อักษร A ภายในหน้าต่าง    Tool  เพื่อพิมพ์ข้อความดังแสดงในภาพที่ 12

ภาพที่ 11

ภาพที่ 12

กด Ctrl+T เพื่อเปิด  Character Panel    เพื่อปรับชนิดของตัวอักษร (Font)  ในที่นี้ปรับเป็น   AngsanaUPC    (หมายเลข 1) ซึ่งเป็น Font ภาษาไทย  ขนาดของอักษร (หมายเลข 2) ระยะระหว่างตัวอักษร (หมายเลข 3 )  สีของตัวอักษร  (หมายเลข 4)  รูปแบบตัวอักษรเช่นตัวยก  หรือตัวห้อย  (หมายเลข5)  ดังแสดงในภาพที่ 13

ภาพที่ 13

                การปรับในช่องใดๆ  หากมีปุ่ม drop down list ด้านขวามือ  เมื่อคลิกเม้าส์ที่ปุ่มนั้นจะเกิดรายการให้เลือก     หรืออาจพิมพ์ตัวอักษรหรือเลขที่ถูกต้องก็ได้   สำหรับช่องเลือกสี   ก็สามารถคลิกเม้าส์สองครั้งติดกัน (double click)   ในช่องหมายเลข 4 แล้วเลือกสีจากถาดสีที่ปรากฏระยะระหว่างตัวอักษร  (หมายเลข 3)  หากเป็นเลข  0  แสดงว่าเป็นระยะปกติ หากตัวเลขเป็น  -    แสดงว่าระยะชิดกว่าปกติ ? และหากเป็น +   แสดงว่าระยะห่างกว่าปกติ   โดยระยะชิดหรือระยะห่างขึ้นกับตัวเลขที่เราปรับ

                ถ้าคลิกที่ปุ่มอักษร B  เป็นการสั่งให้ตัวอักษรหนากว่าปกติ และ หากคลิกที่ปุ่ม จะทำให้ตัวอักษรเอียง   ??และหากต้องการกลับเป็นภาวะปกติให้คลิกให้คลิกที่ปุ่มเดิมอีกครั้งหนึ่ง    

                หากต้องการทำอักษรให้เป็นตัวยก (Superscript) หรือตัวห้อย (Subscript) ก็สามารถเปลี่ยนได้ในช่องหมายเลข 5 

                10. เมื่อพิมพ์ข้อความเสร็จ แล้วคลิกเม้าส์ที่ Arrow Tool  จะเกิดสี่เหลี่ยมสีฟ้าล้อมรอบอักษรดังกล่าว     ในที่นี้พิมพ์คำว่า "ลำโพง"    กดแป้นพิมพ์   F8  แล้วแปลงข้อความนี้ให้เป็น Movie Clip  ซึ่งสังเกตได้จากมีเครื่องหมาย +  ตรงกลางของวัตถุที่เราแปลงแล้ว     ดำเนินการต่อด้วยกดแป้นพิมพ์  Ctrl + I (หรือคลิกเม้าส์ที่ Modify > Instance)   จะเกิดหน้าต่าง Instance  จะพบว่าในช่อง   Behavior ปรากฏคำว่า    Movie Clip  แล้วพิมพ์ข้อความในช่อง Name เพื่อตั้งชื่อเป็นอะไรก็ได้   ในที่นี้ตั้งชื่อ   spk1     ดังแสดงในภาพที่ 14

 

ภาพที่ 14

12.  คลิกเม้าส์ที่เครื่องหมาย +   คลิกเม้าส์ต่อที่   Action   เลือกเมนู          setProperty  ดังแสดงในภาพที่ 16

 

                11. คลิกเม้าส์ขวาบนข้อความ "ลำโพง"   แล้วเลือก  Action  เพื่อเขียน Action Script ดังแสดงในภาพที่ 15

ภาพที่ 15

ภาพที่ 16

ซึ่งจะเกิดหน้าต่าง   Object Action   ในช่อง Propertyเลือก Visible (Visibility)

ดังแสดงในภาพที่  17

ภาพที่ 17

13. ในช่อง   Taget พิมพ์ spk1  และในช่อง Value พิมพ์คำว่า true  และคลิก Check Box

ทั้งสองช่อง ดังแสดงในภาพที่ 18

ภาพที่ 18

                14.  คลิกเม้าส์ใน Object Action ที่บรรทัดแรกซึ่งมีข้อความ On (Roller) {

จะเกิดช่อง Event ต่างๆ ให้คลิกเม้าส์เลือกช่อง  Roll Over เพียงช่องเดียว ดังแสดงในภาพที่  19 

ภาพที่ 19

                คำสั่ง On(rollOver) หมายถึงจะแสดงผลคำสั่งภายในเครื่องหมายวงเล็บปีกกา เมื่อนำเมาส์มาวางเหนือปุ่มนี้   สรุปได้ว่าเมื่อนำเม้าส์วางเหนือปุ่มที่เราใส่ Script นี้ Movie Clip ชื่อ spk1  ซึ่งมีข้อความว่า “ลำโพง” จะปรากฎให้เห็น

                15. คลิกเม้าส์ที่บรรทัดสุดท้าย  (บรรทัดซึ่งมีเครื่องหมาย "}")  แล้วคลิกเม้าส์ที่เครื่องหมาย +  เพื่อเพิ่ม  Script  ดังแสดงในภาพที่  20

ภาพที่ 20

                16. ใช้กระบวนการในการเพิ่ม Script ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว  โดยให้ช่อง Value มีค่าเป็น   false   โปรดสังเกตค่าที่ปรากฏในตำแหน่งปลายลูกศร ของภาพที่ 21

ภาพที่ 21

                จะเห็นข้อความในคำสั่งว่า  setProperty (spk1,_visible,  false)  ความหมายของคำสั่งคือ  ให้ Movie Clip ชื่อ spk1  มีคุณสมบัติการมองเห็นเป็นเท็จ  (มองไม่เห็น)  แต่คำสั่งนี้อยู่ในเหตุการณ์ของเม้าส์ที่เป็น On release หมายถึงจะแสดงผลคำสั่งก็ต่อเมื่อการปล่อยเม้าส์เหนือปุ่มนี้   ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ  แต่เราต้องการให้แสดงผลเมื่อมีการวางเม้าส์เหนือปุ่มนี้  ดังนั้นเราจำเป็นต้องเปลี่ยนคำสั่ง  กำหนดในหัวข้อต่อไป

                17. คลิกเม้าส์บรรทัดซึ่งแสดงข้อความ   on  (release)จะเกิดหน้าต่างของ Event

ให้คลิกเลือกที่ช่อง  rollOut      จะทำให้ข้อความจาก  on(release) เป็น on (rollOverดังแสดงในภาพที่ 22

 

 

ภาพที่ 22

                ความหมายของคำสั่งคือ  เมื่อนำเม้าส์ออกกจากปุ่มนี้แล้วจะแสดงผลคำสั่งในเครื่องหมายวงเล็บปีกกา ซึ่งอยู่หลังคำสั่งนี้

                ความหมายโดยรวมคือ   เมื่อนำเม้าส์ออกจากปุ่มที่ใส่ Script นี้  Movie Clip ชื่อ spk1

ซึ่งแสดงข้อความว่า  “ลำโพง” มีสมบัติการมองเห็นเป็นเท็จ (มองไม่เห็น)

                18. คลิกเม้าส์ที่ Frame แรก แล้วเลือก Action ดังแสดงในภาพที่ 23

 

ภาพที่ 23

                19. เปลี่ยนข้อความใน Script ให้เป็น setProperty(spk1,_visible,false) ซึ่งใช้วิธีการดังกล่าวมาแล้วข้างต้น  ดังแสดงในภาพที่ 24

 

 

ภาพที่ 24

 

                ข้อความนี้เป็นคำสั่ง  ให้เริ่มทำงานเมื่อโหลด Frame แรก  ทำให้ Movie Clip ชื่อ spk1

มีสมบัติการมองเห็นเป็นเท็จ (มองไม่เห็น) ดังนั้นคำว่าลำโพงจะไม่ปรากฎให้เห็นขณะเริ่มต้นใช้งาน

การทดสอบการใช้งาน

                กด Ctrl + Enter เพื่อทำสอบการทำงานเบื้องต้น (ไม่ใช่ใช้งานจริง) จะพบว่าขณะเปิดโปรแกรม ข้อความว่า “ลำโพง” ไม่ปรากฏให้เห็น      และตัวชี้เม้าส์เป็นรูปลูกศร ดังแสดงในภาพที่ 25

ภาพที่ 25

 

 

 

เมื่อวางเม้าส์เหนือปุ่มซึ่งเราได้ใส่ Script  จะพบว่าตัวชี้เม้าส์เป็นเป็นรูปมือ  Hyperlink

และปรากฏคำว่า “ลำโพง” ขึ้นมาด้วย  ดังแสดงในภาพที่ 26

               

ภาพที่ 26

 

 

การนำผลงานออกใช้จริง

                1. คลิกเม้าส์ที่ File (หมายเลข 1) คลิกเม้าส์ต่อที่ Publish Settings ดังแสดงในภาพที่ 27

                จะเกิดหน้าต่าง publish Settings  ดังแสดงในภาพที่ 28

ภาพที่ 27

 

ภาพที่ 28

                ตามคำสั่งนี้เราเลือกผลงานที่ต้องการเป็น shock wave flash (*.swfและ HTML ซึ่งเป็นไฟล์ภาษา HTML เพื่อส่งแฟ้มขึ้นเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   หรือถ้าต้องการให้แสดงผลเป็นไฟล์ที่ประมวลผลเองได้  (*.exe)  ด้วย ท่านก็สามารถเลือกในช่อง Windows Projector (*.exe)  แล้วคลิกที่ Publish  ซึ่งผลที่ได้คือเกิดไฟล์ใหม่ที่มีชื่อตรงกับ ไฟล์ *.fla (ไฟล์ต้นฉบับ  แต่มีส่วนขยายต่างกันออกไปตามที่ต้องการ

********************

               

 


โดย อ.องอาจ ชาญเชาว์ สพท.กทม.2
chanmedia.bkk2ict.net