ส่วนที่ 5 : บทเรียน Linux
HOW TO LINUX
Linux คือระบบปฏิบัติการ ที่เป็นคู่แข่งของ Microsoft Windows และทั้งโลกกำลังจับตา
ประเทศจีน ประกาศให้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการแห่งชาติไปแล้ว

ทีมงาน isinthai.com เป็นเพียงมือสมัครเล่น เกี่ยวกับ Linux ต้องการทำ Server เป็นกรณีศึกษา โดยหวังว่า นักศึกษา กลุ่มทีมงานเอง และผู้สนใจ ได้เข้ามาหาข้อมูล พบคำตอบที่ต้องการ รู้วิธีแก้ปัญหา และมีความชำนาญมากขึ้น พร้อมสามารถให้คำปรึกษาผู้อื่น ต่อไปได้ พวกเราต้องการเห็นคนไทย ใช้บริการ server ในไทย ในองค์กรของตน มากกว่าต้องไปพึ่ง server นอกประเทศ ทั้ง ๆ ที่องค์กรต่าง ๆ มีศักยภาพ มีบุคลากร พอที่จะจัดหาอุปกรณ์ที่ดี มาให้คนไทยใช้ .. isinthai.com คือความพยายามหนึ่ง ที่จะทำให้ทุกองค์กรมี host อย่างที่เรามี
หากมีข้อผิดพลาด ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเป็นใด โปรดแจ้งทีมงาน
webmaster@yonok.ac.th

1.1 คำสั่ง ls : ใช้แสดงรายชื่อแฟ้มทั้งหมดใน home directory
ทุกท่านที่มี account ใน linux จะมี home directory ของตนเอง เพื่อใช้เก็บแฟ้มต่าง ๆ ภายใต้ระบบ linux เมื่อต้องการทราบว่ามีแฟ้มอะไรที่เก็บไว้บ้าง สามารถใช้คำสั่ง ls ได้ และสามารถกำหนด parameter ได้หลายตัว เช่น -al --sort เป็นต้น
1.2 คำสั่ง chmod : ใช้เปลี่ยนสิทธิ์ของแฟ้ม เจ้าของ(Owner), คนในกลุ่ม(Group), คนอื่น(Other) สามารถทำอะไรได้บ้าง
เมื่อใช้คำสั่ง ls ท่านจะเห็นตัวอักษร RWXRWXRWX หรือทำนองนี้หน้าชื่อแฟ้ม ซึ่งเป็นการกำหนด สิทธิ์ของแต่ละแฟ้ม ว่า อ่านได้ เขียนได้ และประมวลผลได้ โดยแยกเป็นส่วนของ เจ้าของ กลุ่ม คนอื่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่จำเป็นมากสำหรับ webmaster ในการดูแลระบบ และท่านที่ต้องการเขียน CGI จะต้องรู้คำสั่งนี้ เพราะ เมื่อส่งแฟ้ม CGI เข้าไปใน server และต้องการให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการ โปรแกรมของตนที่เขียนขึ้นด้วย Perl จะไม่สามารถใช้ได้ ถ้าไม่กำหนดให้คนอื่น สามารถประมวลผลได้ (x) จึงจำเป็นต้องใช้คำสั่ง เช่น chmod 755 hello.pl หรือ chmod 775 fileforyou.pl หรือ chmod +x test.pl เป็นต้น
ในแต่ละกลุ่มจะมีการกำหนดสิทธิได้ 3 แบบ
ตัวอักษร R มาจาก Read หมายถึง อ่าน
ตัวอักษร W มาจาก Write หมายถึง เขียน
ตัวอักษร X มาจาก Execute หมายถึง ประมวลผล
ตัวอย่างเช่น
--- : ไม่มีสิทธิอะไรเลย (เลขที่ใช้คือ 0)
--X : ประมวลผลได้อย่างเดียว (เลขที่ใช้คือ 1)
R-- : อ่านได้อย่างเดียว (เลขที่ใช้คือ 4)
RW- : อ่าน และเขียนได้ (เลขที่ใช้คือ 6)
R-X : อ่าน และประมวลผลได้ (เลขที่ใช้คือ 5)
RWX : อ่าน เขียน และประมวลผลได้ (เลขที่ใช้คือ 7)
ความหมายของ RWXRWXRWX จะเห็นว่ามีอักษร 9 ตัว
3 ตัวแรกหมายถึง เจ้าของ
3 ตัวที่สองหมายถึง กลุ่ม
3 ตัวที่สามหมายถึง คนอื่น
ตัวอย่างเช่น
RWX------ : เจ้าของเท่านั้นที่มีสิทธิทุกอย่าง (เลขที่ใช้คือ 700)
RWXRWX--- : เจ้าของ และสามาชิกกลุ่มเดียวกันมีสิทธิทุกอย่าง (เลขที่ใช้คือ 770)
RWXR-XR-X : เจ้าของทำได้หมด ส่วนกลุ่มและคนอื่นอ่านและประมวลผลได้ (เลขที่ใช้คือ 755)
R--R--R-- : ทุกคนอ่านได้อย่างเดียว (เลขที่ใช้คือ 444)

1.3 คำสั่ง man : เป็นคำสั่งที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้อธิบายคำสั่งต่าง ๆ ให้ท่านได้ (Manual)
ผมเชื่อว่าทุกคนที่ใช้ unix หรือ linux ต้องเคยใช้คำสั่งนี้มาก่อน เพราะจะเป็นคำสั่งที่ช่วยอธิบายหน้าที่ของคำสั่ง พร้อมกับแสดง parameter ที่สามารถใช้ได้ทั้งหมดของคำสั่งนั้น และยังมีตัวอย่างการใช้ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอีก ทำให้ประหยัดเวลาในการค้นเอกสารได้อย่างมาก บางท่านอาจศึกษา linux ด้วยการอ่านจาก man อย่างเดียวเลยก็มีนะครับ โดยไม่ต้องไปหาซื้อหนังสือที่ไหนมาอ่านก็ทำได้
1.4 คำสั่ง mkdir, rmdir, cd : งานต่าง ๆ เกี่ยวกับ directory
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ dos มาก่อนต้องคุ้นเคยกับ directory แน่นอน สำหรับคำสั่งเกี่ยวกับ directory ในที่นี้มี 3 คำสั่ง mkdir หมายถึง สร้าง directory (Make directory) rm หมายถึง ลบ directory (Remove directory) และคำสั่งนี้ยังใช้ลบแฟ้มตามปกติได้อีกด้วย cd หมายถึงเปลี่ยน directory (Change directory)
1.5 โปรแกรม pico : เป็น editor ที่ใช้สำหรับแก้ไขแฟ้มแบบ text คล้าย vi แต่มีประสิทธิภาพกว่ามาก
เพียงแต่พิมพ์คำว่า pico แล้ว enter ก็ใช้งานได้เลย การจะจัดเก็บ หรืองานต่าง ๆ ที่มีบริการไว้มากมาย ท่านสามารถอ่านได้จากเมนูด้านล่าง ซึ่งเครือ่งหมาย ^ หมายถึงการกดปุ่ม Ctrl ประกอบอักษรต่าง ๆ นั่นเอง ผมคิดว่าท่านน่าจะพออ่านรู้เรื่อง หรือจะพิมพ์ว่า pico xx ก็จะเป็นการสร้างแฟ้มชื่อ xx ให้ทันที แต่หากมีแล้ว ก็จะเปิดแฟ้ม xx มาให้แก้ไขในโปรแกรม xx เมื่อท่านต้องการเลิกก็ทำได้โดยกดปุ่ม Ctrl-X เป็นอันเรียบร้อย หากท่านใดเคยใช้ vi เมื่อลองใช้โปรแกรมนี้จะติดใจอย่างแน่นอน เพราะใช้งานได้ง่ายกว่า หลายเท่านัก หลายครั้ง ที่พิมพ์คำว่า pico แล้วไม่มีในเครื่อง ก็เพราะไม่ได้ลงโปรแกรม pine เมื่อต้องการใช้ pico ก็ต้องติดตั้งโปรแกรม pine เข้าไปในเครื่อง จากแผ่น CD ด้วยคำสั่ง rpm -i pine*
1.6 โปรแกรม emacs : เป็น editor ที่ใช้สำหรับแก้ไขแฟ้มแบบ text คล้าย vi แต่มีประสิทธิภาพกว่ามาก
ทำงานได้คล้าย ๆ กับ pico แต่หลายคนบอกว่า ตัวนี้ทำงานได้ดีกว่า แต่ผมว่า pico ใช้งานได้ง่ายกว่ากันเยอะเลย เพราะเห็นเมนูด้านล่าง แต่ของ emacs จะใช้ ctrl-h ดูส่วนช่วยเหลือ และกด ctrl-x + ctrl-c จึงจะออกจากโปรแกรม อาจเป็นเพราะผมใช้ไม่ชำนาญมังครับ ในเมื่อผมใช้ pico เป็น editor ผมคงไม่จำเป็นต้องศึกษา emacs เพิ่มเติมแล้ว ยกเว้นว่าสักวันอาจมีเหตุจำเป็นที่ความสามารถของ pico ให้ไม่ได้ แต่ emacs ให้ได้ก็เป็นได้
1.7 โปรแกรม vi : เป็น editor ที่ใช้สำหรับแก้ไขแฟ้มแบบ text
Text editor ที่ใช้งานได้ยาก แต่มีใน linux ทุกรุ่น ในบางเครื่องไม่มี pico เพราะไม่ได้ติดตั้ง mail หรือ pine จึงจำเป็นต้องใช้โปรแกรม vi สำหรับแก้ไขข้อมูลในแฟ้มต่าง ๆ ของ linux เช่นการใช้คำสั่ง man ก็คือการใช้ความสามารถของ vi ในการนำข้อมูลมาแสดงผลนั่นเอง
1.8 คำสั่ง id, finger, who, w : ทุกคำสั่งข้างต้นใช้สำหรับตรวจสอบผู้ใช้ แต่จะให้รายละเอียดต่างกันไป

1.9 คำสั่ง cat : แสดงข้อมูลในแฟ้ม คล้ายคำสั่ง type ในระบบ DOS

1.10 คำสั่ง ifconfig : แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ Network interface และแสดง ip ต่าง ๆ ที่มีการเพิ่มเข้าไปใน server ได้

1.11 คำสั่ง netstat : แสดงสถานะของเครือข่ายว่ามีโปรแกรมใดเปิดให้บริการ

1.12 คำสั่ง service : ดูสถานะของบริการต่าง ๆ ว่าถูกเปิดหรือ running อยู่หรือไม่

1.13 คำสั่ง xinetd : ดูบริการภายใน xinetd ว่าอะไรเปิดอยู่บ้าง ทำให้เข้าไปเปิดที่ห้อง /etc/xinetd.d แล้วเลือกเปิดบริการเฉพาะที่ต้องการ เช่นแก้แฟ้ม talk เพื่อให้เปิดบริการ talk ใน server เป็นต้น

1.14 คำสั่ง whereis : ค้นหาแฟ้มที่ต้องการว่าอยู่ที่ห้องใด แต่ค้นได้เฉพาะที่กำหนดไว้ใน PATH เท่านั้น หากต้องการค้นทั้งเครื่องต้องใช้คำสั่ง find

1.15 คำสั่ง cp, rm, mv : จัดการแฟ้มเช่น คัดลอก ลบ และย้าย

1.16 คำสั่ง ping : ตรวจสอบ ip ของเครื่องเป้าหมาย และการเชื่อมต่อ internet

1.17 คำสั่ง env : แสดงค่า environment ปัจจุบัน

1.18 คำสั่ง lynx : Text browser ที่ใช้งานง่าย ใช้ดู source หรือ download ได้

1.19 คำสั่ง nslookup : แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ name server จาก ip หรือ domain name

1.20 คำสั่ง tail : แสดงส่วนท้ายของแฟ้มที่มีขนาดใหญ่ ต้องข้ามกับ cat ที่ดูตั้งแต่เริ่มแฟ้ม

1.21 คำสั่ง telnet : ใช้ติดต่อเข้า server ต่าง ๆ ตาม port ที่ต้องการ แต่ปัจจุบัน server ต่าง ๆ ปิดบริการ telnet แต่เปิด SSH แทน

2.1 คำสั่ง df : แสดงการเนื้อที่ใช้งานทั้งหมดของ Harddisk ว่าเหลือเท่าใด
ช่วยให้ผู้ดูแลระบบรู้ว่าตอนนี้เนื้อที่ใน Harddisk เหลืออยู่เท่าใด และอาจใช้ตรวจสอบได้ว่า มีใครแอบมา upload แฟ้มขนาดใหญ่ไว้หรือไม่ จะได้ตรวจสอบในรายละเอียดของแต่ละ user ต่อไป (ผมเองก็ใช้บ่อย เพราะถ้า server เล็ก ๆ จะเต็มบ่อยครับ ต้องคอย clear เสมอ)
2.2 คำสั่ง du : แสดงการเนื้อที่ใช้งาน ของแต่ละ directory โดยละเอียด
ช่วยให้ผู้ดูแลระบบรู้ว่า directory ใด ใช้เนื้อที่ใด หรือใช้ดูรวม ๆ ว่า ผู้ใช้แต่ละคนใช้เนื้อที่เก็บข้อมูลกันเท่าใด เพราะผู้ใช้ปกติจะใช้กันไม่เยอะ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วเยอะผิดปกติ ก็จะเข้าไปดูว่า เยอะเพราะอะไร จะได้แก้ไขได้
2.3 คำสั่ง ps : แสดง Process หรือโปรแกรมที่ประมวลผลอยู่ในระบบขณะนั้น
ช่วยให้ผู้ดูแลระบบ ติดตามได้ว่ามีโปรแกรมอะไรที่ไม่ถูกต้อง run อยู่ หรือโปรแกรมอะไร ที่ผู้ศึกษาลองประมวลผลแล้วค้างอยู่ จะได้ทำการแก้ไง มิฉนั้นระบบก็จะทำงานค้าง เพราะโปรแกรมที่ไม่ควรอยู่ในระบบ กำลังประมวลผลโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะพวก bot จะทำให้ server ล่มง่ายมาก
2.4 คำสั่ง kill : เมื่อทราบว่า process ใดที่มีปัญหา ก็จะเห็นเลขประจำ process คำสั่ง kill จะสามารถ process ออกจากระบบได้
ช่วยยกเลิก process ที่ไม่ถูกต้องออกจากระบบ ถ้าขณะนั้นผู้ใช้คนหนึ่งกำลังใช้งานอยู่ หาก process หลักของเขาถูก kill จะทำให้ผู้ใช้ท่านนั้น หลุดออกจากระบบทันที (สำหรับคำสั่งนี้จะถูกใช้โดย super user เท่านั้น ผู้ใช้ธรรมดาไม่มีสิทธิ์)
2.5 คำสั่ง find : เมื่อไฟล์ที่ต้องการว่าอยู่ใน directory ของเครื่องเราหรือไม่

2.6 คำสั่ง gzip : ใช้สำหรับแตกแฟ้มที่ถูกบีบอัด แล้วนามสกุล gz หรือ z

2.7 คำสั่ง tar : ใช้สำหรับแตกแฟ้มที่ถูกบีบอัด แล้วนามสกุล tar

2.8 คำสั่ง last : ใช้แสดงรายชื่อผู้ login เข้ามาล่าสุด

2.9 คำสั่ง grep : ใช้สำหรับเลือกข้อมูลเฉพาะบรรทัดที่ต้องการ

2.10 คำสั่ง date : ใช้ดูวันที่ หรือเปลี่ยนวันที่ และเวลาได้ date [OPTION] [MMDDhhmm[[CC]YY][.ss]]

2.11 คำสั่ง top : ใช้แสดงสถานะการใช้ทรัพยากร ภายในเครื่อง

2.12 คำสั่ง ntsysv หรือ setup : ใช้เปิด-ปิด บริการของเครื่องที่สะดวกรวดเร็ว

2.13 คำสั่ง route : ใช้เส้นทางการเชื่อมเครือข่าย

2.14 คำสั่ง shutdown, reboot : ใช้ปิดเครื่อง หรือ ปิดและเปิดเครื่องใหม่อย่างถูกวิธี

2.15 คำสั่ง runlevel : คู่กับแฟ้ม /etc/inittab เพื่อบอกว่าปัจจุบันอยู่ใน level ใด : ถ้าต้องการเปลี่ยน level ต้องใช้คำสั่ง chkconfig ให้ดูเพิ่มเติมจาก 2.18

2.16 คำสั่ง fsck : ซ่อมแซมระบบแฟ้มใน linux

2.17 คำสั่ง chown, chgrp : เปลี่ยนเจ้าของ หรือเปลี่ยนกลุ่ม
ตามหัวข้อ 1.2 เรื่องคำสั่ง chmod ทำให้ทราบว่า แฟ้มแต่ละแฟ้มมี 3 ส่วน คือเจ้าของ กลุ่ม และทั่วไป เมื่อต้องการเปลี่ยนความเป็นเจ้าของ หรือกลุ่ม ก็สามารถทำได้ ซึ่งเป็นหลักการง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก
2.18 คำสั่ง chkconfig : กำหนด หรือแสดง บริการที่สั่งประมวลผลใน level ต่าง ๆ ขณะเปิดเครื่อง
คำว่า level คือระดับในการเปิดเครื่อง ดูได้จากแฟ้ม /etc/inittab โดยโปรแกรมต่าง ๆ ที่สั่งให้ประมวลผล สามารถเลือกให้ทำงานใน level ใดได้ หากสั่งให้ประมวลผลปิด level เมื่อมีการ start linux ใน level หนึ่ง โปรแกรมที่คิดว่าสั่งให้ทำงานขณะเปิดเครื่อง ก็จะไม่ทำงาน
2.19 คำสั่ง mount, umount : สั่งเชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือ partition เช่น Diskette หรือ Handy drive เป็นต้น
การใช้ mount เป็นสิ่งที่ผู้ดูแลระบบต้องเข้าใจหลักการให้ได้ เพราะเป็นช่องทางในการติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ล่าสุด ผมต่อ harddisk เข้าไปในเครื่อง server เพิ่มอีก 1 ตัว ซึ่งระบบมอง harddisk ตัวที่เพิ่มเข้าไปเป็น hdc ด้วยคำสั่ง fdisk -l เมื่อต้องการ partition ที่ 1 ของ hdc มาเป็นห้อง /x ก็เพียงแต่ใช้คำสั่งสร้างห้องคือ #mkdir /x สำหรับครั้งแรก แล้วใช้คำสั่ง #mount /dev/hdc1 /x ก็จะใช้ห้อง /x ซึ่งอยู่ใน harddisk อีกตัวหนึ่งได้ทันที
2.20 คำสั่ง mkbootdisk : สร้างแผ่น boot disk เพื่อใช้ boot ระบบ linux ขึ้นมาภายหลัง และมีการทำงานแบบ stand alone
คำสั่งนี้ผมเคยใช้ตอนคัดลอก harddisk ที่เป็น linux 2 ตัว แต่ตัวลูกเมื่อนำไปเสียบเข้าเครื่องใหม่ พบว่า boot ด้วยตนเองไม่ได้ จึงต้องหาแผ่น boot จนเข้าไปใน harddisk ได้ จากนั้นก็สั่ง #lilo เพื่อให้การ boot ครั้งต่อไปสามารถทำงานตาม /etc/lilo.conf ได้ตามปกติ ส่วนตัวเลข 2.4.18-14 เป็นเลขรุ่นของ kernel ใน Redhat 8.0 สังเกตเลขนี้ได้ตอน boot เครื่อง
2.21 คำสั่ง traceroute : แสดงเลข ip ของเครื่องที่ถูกเชื่อมต่อทั้งหมด ไปยังปลายทางที่ต้องการ
ตัวอย่างข้างล่างนี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อในวิทยาลัยโยนกเปิดเว็บ www.thai.net จะต้องติดต่อผ่านเครื่องบริการ 8 ตัว ดังตัวอย่างล่างนี้ ถ้าเปิดเว็บไซต์ต่างประเทศ ก็จะมีจำนวนเครื่องในการติดต่อมากขึ้นไปด้วย เครื่องบริการในที่นี้ มักเป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า router และ router ทุกตัวจะมี ip และความสามารถเฉพาะตัวที่ต่างกันไป โดยหน้าที่หลักของ router ก็คือการกำหนดเส้นทางในการติดต่อนั่นเอง
2.22 คำสั่ง rpm : ใช้ตรวจสอบ เพิ่ม หรือลบ package ของระบบ linux เกือบทั้งหมด
ในกรณีที่ท่านมีโปรแกรมตัวใหม่มา สามารถที่จะลบโปรแกรมเพิ่มโดยใช้คำสั่ง rpm ได้ หรือต้องการตรวจสอบว่า มี package บางตัว install อยู่หรือไม่ หรือจะยกเลิกโปรแกรมบางตัวออกจากระบบก็ทำได้ หรือจะแสดงรายชื่อ package ทั้งหมดในระบบก็ทำได้อีก รวมทั้งการตรวจ version ของ package แต่ละตัว จากประสบการณ์ ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร เมื่อลง Redhat 7.2 แล้ว แต่ระบบไม่บริการ pop3 จึงได้ทำการ mount /dev/cdrom จากนั้นก็ทำการ install package pop เพิ่มเข้าไป ที่รู้เพราะลองใช้คำสั่ง telnet localhost 110 แล้ว error จึงต้องทำการเพิ่ม package pop เข้าไปใหม่ โดยใช้คำสั่ง rpm -i imap-4.7-5.i386.rpm ที่รู้เพราะได้ใช้ cd เข้าไปในห้อง /mnt/cdrom/RedHat/RPMS จึงพบแฟ้มมากมายที่สามารถ install เพิ่มได้
2.23 คำสั่ง SU : ขอเปลี่ยนตนเองเป็น Super user หรือ root เพื่อใช้สิทธิ์สูงสุดในการบริหารระบบ ที่ผู้ใช้ปกติทำไม่ได้
การจะใช้ su ได้จะต้องเป็นผู้ใช้ตามปกติ เมื่อพิมพ์ su แล้วระบบจะถามรหัสผ่านของ user root หากพิมพ์รหัสผ่านถูกต้อง ท่านก็จะสามารถกระทำการใด ๆ ก็ได้ ในฐานะ root เพราะ root หรือ super user คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในระบบ เช่น เพิ่มผู้ใช้ท่านใหม่ ลบผู้ใช้คนเดิม เป็นต้น (เพียงแต่พิมพ์คำว่า su ท่านก็สามารถเปลี่ยนสิทธิ์ได้แล้ว ถ้าท่านมีรหัสผ่านของ su) เดิมผมใช้แค่คำว่า su ต่อมาคุณประเสริฐ แนะนำว่าต้องใช้ su - จึงจะสมบูรณ์ พอทดสอบก็พบว่า $PATH ที่ได้แตกต่างกันจริง
2.24 คำสั่ง useradd : เพิ่มผู้ใช้รายใหม่เข้าไปในระบบ

2.25 คำสั่ง userdel : ลบผู้ใช้รายเดิม ออกจากระบบ

2.26 คำสั่ง usermod : แก้ไขข้อมูลของผู้ใช้ได้

2.27 คำสั่ง crontab : ตั้งเวลาสั่งงานคอมพิวเตอร์

2.28 คำสั่ง lspci : ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายในเครื่อง

2.29 คำสั่ง nmap : ตรวจสอบเครือข่ายแบบกวาดทั้งในเครื่อง และ class C

3.1 เริ่มต้นกับ perl : เมื่อเขียน perl สักโปรแกรมหนึ่ง แล้วใช้ ftp upload เข้าไปใน home directory ของท่าน ก็ถือว่าผ่านจุดแรกแล้ว
    วิธีการทำให้ perl ใช้งานได้
  1. Host name ที่ท่านจะใช้อ้างอิงในการ upload คือ www.isinthai.com
  2. ก่อน upload ต้องให้แน่ใจว่า โปรแกรมของท่าน มีนามสกุลเป็น .pl
  3. ก่อน upload ต้องให้แน่ใจว่ากำหนด mode การส่งแบบ ascii ไม่ใช่ bin เพราะถ้าเป็น binary จะใช้งานไม่ได้
  4. หลัง upload แล้วให้ใช้ ftp version ใหม่หน่อย ทำการ chmod เป็น 755 เช่น chmod 755 f.pl เป็นต้น
  5. ตอนเรียกใช้ให้เรียกทาง url ดังนี้ http://www.isinthai.com/uname/f.pl
  6. ถ้าเรียกใช้แบบ http://www.isinthai.com/uname/f.pl จะแสดง source code ออกมาตรง ๆ ไม่ผ่านการประมวลผล
  7. ควรทราบว่า Home directory อยู่ที่ /home/uname

3.2 Perl สำหรับสร้างแฟ้ม : โปรแกรมเล็ก ๆที่ใช้ในการสร้างแฟ้ม ตัวอย่างนี้มี 6 ระเบียน 5 เขตข้อมูล

3.3 Perl สำหรับแสดงข้อมูลจากแฟ้ม : โปรแกรมเล็ก ๆ ที่อ่านข้อมูลจากแฟ้มมาแสดง

3.4 Perl สำหรับเพิ่มระเบียนใหม่ : โปรแกรมเล็ก ๆ เพิ่มระเบียนใหม่อย่างง่าย ๆ ทีละระเบียน

3.5 Perl สำหรับลบระเบียน : โปรแกรมเล็ก ๆ ที่ใช้ลบระเบียนตาม key field ที่ป้อนเข้าไป

3.6 Perl เรียกตัวเองมาแสดงผล : โปรแกรมนี้เป็น ภาษา perl ซึ่งทดสอบให้ ประมวลผลได้ใน linux เครื่อง isinthai.com นี้
โปรแกรมนี้ชื่อ testf.pl ถูกเก็บไว้ในห้อง /home/burin/public_html และ link ไปยังห้อง /var/www/html/burin ซึ่งต้องกำหนดให้ chmod 700 เพื่อให้สั่งประมวลผล shell script ตัวนี้ได้ การเรียก Perl script ตัวนี้ ให้ทำตามข้างล่างนี้ >> http://www.isinthai.com/thaiall/testf.pl
3.7 การเปิด perl ให้เฉพาะ account : กำหนดว่าห้องใดสามารถใช้ภาษา perl หรือ cgi ได้

4.1 PHP พิมพ์ข้อความอย่างง่าย : แสดงการใช้ PHP พิมพ์ 1 ถึง 5 ซึ่งโครงสร้างภาษาคล้าย Perl และ C
    ข้อควรทราบ
  1. ไม่ต้อง chmod แฟ้ม php ก็ประมวลผลได้
  2. ไม่ต้องอยู่ใน cgi-bin โปรแกรม php ก็ทำงานได้

4.2 อ่านข้อมูลจาก Mysql มาแสดงผล : การใช้ความสามารถของ Mysql ในการเลือกข้อมูลมาให้ PHP

4.3 เพิ่มระเบียนใหม่เข้า Mysql : รับข้อมูลทีละรายการส่งเข้า Mysql

4.4 เพิ่มระเบียนใหม่เข้า Mysql หลายระเบียนผ่าน form : รับข้อมูลได้หลายรายการพร้อม ๆ กันส่งเข้า Mysql

4.21 บริการส่ง mail ด้วย php : เพื่อให้ web server ที่เปิดบริการ SMTP (/usr/sbin/sendmail) ถูกเรียกใช้โดย php สำหรับส่ง mail
บริการนี้เปิดให้ทดสอบว่าส่งถึงท่านไหม แต่อาจใช้ไม่ได้ทุกเครือข่าย เพราะกำหนด RELAY ให้เฉพาะบางเครือข่ายเท่านั้น แต่ถ้า copy source code ไปใช้ก็น่าจะใช้ได้เลย โดยโปรแกรมตัวอย่างได้มีการตรวจสอบอะไรนิดหน่อย ซึ่งอาจนำไปประยุกต์ใช้งานสำหรับริการต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น contact us หรือ e-commerce เป็นต้น โปรแกรมนี้ได้ทดสอบแล้วที่ http://www.isinthai.com/~php/mail.htm และ http://lampang.thcity.com/mail.htm ข้อควรทราบ : โปรแกรมนี้ไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากมาย โดยแบ่งโปรแกรมออกเป็น 2 ส่วน เพื่อให้ง่ายสำหรับผมในการอธิบาย ว่า ส่วนที่ 1 ใช้รับค่าจากผู้ใช้ ส่วนที่ 2 ใช้ส่ง e-mail โดยตรง แต่การจะส่ง mail ได้ เครื่องที่ท่านนำโปรแกรมทั้ง 2 นี้ไปวางต้องมีคุณสมบัติ 2 ประการ 1. ต้องเป็น web server ที่บริการ php 2. ต้องให้บริการ smtp โดยเปิด relay ให้กับผู้ใช้เข้ามาใช้ได้ อีก code หนึ่ง /var/www/html/isinthai/sndform.php ที่ใช้งานอยู่จริง
4.22 ดูข้อมูลในแฟ้มต่าง ๆ ด้วยโปรแกรม php : โปรแกรมนี้ช่วยให้ดูแฟ้มต่าง ๆ ในระบบโดยไม่ต้องเข้า Linux ไม่ควรใช้ถ้าผู้ให้บริการไม่ยอมให้ใช้ ลองถามเขาก่อนใช้นะครับ

4.23 ใช้ php อ่านข้อมูลจาก /var/log/maillog : เพื่อรายงานสถิติการใช้ e-mail ของบุคลากร
วันหนึ่งผมอ่านข้อมูลการเข้าใช้ e-mail จาก /var/www/html/mail/database/username_yn1.yonok.ac.th/inbox โดยเช็คจากเวลา update filectime() แต่พบว่าข้อมูลที่ได้คือ ไม่รวมไปถึง user ที่ใช้ outlook อ่าน e-mail ผ่าน pop3 จึงต้องไปอ่านข้อมูลการเข้าใช้ e-mail จากแฟ้ม /var/log/maillog ทำให้รายงายได้ละเอียดขึ้น สามารถดูผลของโปรแกรมนี้ที่ http://www.isinthai.com/mail/database/index.php อันที่จริง โปรแกรมนี้จะอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ผมเก็บไว้ที่นี่ เพราะห้องนี้ยังไม่เก็บอะไรเกี่ยงกับ mail ที่สำคัญ แต่สิ่งที่ต้องทำคือการ chmod 644 maillog แต่เดิมคุณสมบัติของแฟ้มเป็น 600 จะใช้ php ของ apache ไปอ่านมาไม่ได้
4.81 Upload ด้วย php : รับชื่อแฟ้มแล้วส่งเข้าไปในห้องที่ต้องการ โดยตรวจรหัสผ่านที่เก็บไว้ในห้องนั้น

5.1 การติดตั้ง Mysql : Mysql คือส่งบริการฐานข้อมูล เพื่อให้ใช้ภาษาต่าง ๆ เข้ามาดึงข้อมูลไปได้เช่น PHP, VB เป็นต้น
โปรแกรมจาก www.mysql.com mysql-3.22.32.tar.gz ขนาด 4,295,387 เว็บที่เกี่ยวข้อง www.apache.org, www.php3.net, www.mysql.com ตรวจสอบ process mysql run อยู่หรือไม่ด้วยคำสั่ง ps aux|grep mysql วิธี set password ของ root /usr/local/bin/mysqladmin -u root password helloisinthai คำว่า helloisinthai เป็นคำที่ท่านเปลี่ยนได้ ครั้งต่อไปที่จะเข้า mysql ในฐานะ root ก็จะต้องกรอก password
5.2 วิธีใช้งาน Mysql เบื้องต้น : เพื่อให้เห็นการทำงานอย่างง่าย ๆ ของ Mysql ก่อนนำไปใช้ในภาษาอื่น
ตัวอย่างข้างล่างนี้จะแสดงการสร้างตาราง แสดงข้อมูล เพิ่ม ลบ และแก้ไข
5.90 การเพิ่มผู้ใช้ใน Mysql : การเพิ่มผู้ใช้ จะทำให้ Databases ที่สร้างขึ้นมีความเป็นส่วนตัว
ในอันที่จริง ถ้าท่านเป็นเจ้าของระบบ และมี user เดียว หรือกำหนดสิทธิให้ทุกคนสามารถเข้าใช้ mysql ได้หมด ก็ไม่จำเป็นต้อง สร้าง user ใน mysql เพราะท่านสามารถสร้าง table ใน test database และใช้งานได้เลย แต่ถ้าสร้าง user ขึ้นมา ทุกคนที่จะใช้ database จะต้องมี user และ password ที่ถูกต้อง แต่ถ้าสร้างใน test ใคร ๆ ที่เข้าระบบได้ก็จะเข้าส่วนของ mysql ได้ .. ก็พิจารณาตามกรณีไป สำหรับใน server นี้จะให้ทุกคนเข้าใช้ mysql ได้เต็มที่ .. และขอให้เป็นไปตามความเหมาะสม หากไม่กำหนด user ก็สามารถใช้งานได้บางประการ แต่อาจไม่ทั้งหมด เมื่อกำหนด user ได้แล้ว ก็สามารถใช้งานตามขอบเขตของ database ที่กำหนดได้ แต่เรื่องที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การกำหนดรหัสผ่านให้กับ root มิเช่นนั้น อาจมีคนเข้าไปกำหนด ซึ่งไม่เป็นการดีแน่ ซึ่งคำสั่งสำหรับกำหนดรหัสผ่านของ root ของ mysql คือ /usr/bin/mysqladmin -u root password helloisinthai ควรทำเมื่อติดตั้ง Mysql เสร็จสิ้นตามขั้นตอน 5.1 These GRANT statements set up three new users: monty A full superuser who can connect to the server from anywhere, but who must use a password 'some_pass' to do so. Note that we must issue GRANT statements for both monty@localhost and monty@"%". If we don't add the entry with localhost, the anonymous user entry for localhost that is created by mysql_install_db will take precedence when we connect from the local host, because it has a more specific Host field value and thus comes earlier in the user table sort order. admin A user who can connect from localhost without a password and who is granted the reload and process administrative privileges. This allows the user to execute the mysqladmin reload, mysqladmin refresh, and mysqladmin flush-* commands, as well as mysqladmin processlist . No database-related privileges are granted. (They can be granted later by issuing additional GRANT statements.) dummy A user who can connect without a password, but only from the local host. The global privileges are all set to 'N' -- the USAGE privilege type allows you to create a user with no privileges. It is assumed that you will grant database-specific privileges later.
6.1 slowaris.labs.pulltheplug.com : Server ที่แข็ง และมี user:guest password:guest ให้เข้าไปลอง telnet ได้
ระบบนี้เป็น Solaris 5.8 ของ Sun ลองเข้าไปแล้วใช้อะไรได้หลายอย่าง ผมว่า ว่าง ๆ hacker ลองเข้าไปดูก็ได้นะครับ เป็น server ที่แนะนำโดย Mr.RobiUz Miora (robiuz@yahoo.com)
จดหมายด้านล่างนี้เขาแนะนำผมหลายอย่างเช่น ให้ใช้ OpenBSD ดีกว่า .. อ่านแล้วก็ได้ข้อคิดหลายอย่าง
6.2 academic.cmri.ac.th : Server ที่แข็งมากอีกตัว เป็นของคนไทย ได้รับการแนะนำจาก apples@chek.com
ที่นี่เขียนบทความการลง Server ไว้น่าอ่าน และละเอียดดีครับ และคุณ apples@chek.com ยังให้คำแนะนำผมมากมาย เช่นเรื่องของ restricted shell ที่หาอ่านที่ไหนก็ไม่รู้เรื่อง มาได้ code และวิธีของท่านนี่หละครับ จึงสำเร็จเรื่อง restrict ได้ด้วยดี ผมรู้จักคุณ apples@chek.com เพราะเขาเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ และช่วยเหลือ ผู้คนใน wwwboard ของหลายที่ เช่น linux.thai.net เป็นต้น
http://academic.cmri.ac.th/downloads.php/howto/
http://academic.cmri.ac.th/downloads.php/howto/Apache%20Module.txt
ภาพนี้จากจอที่ telnet login ของ academic.cmri.ac.th (ผมเองก็ไม่มี account)

       Welcome to Academic Services Machine
                     ,
                  ,  ;:._.-`''.
                ;.;'.;`      _ `.
                 ',;`       ( \ ,`-.
              `:.`,         (_/ ;\  `-.
               ';:              / `.   `-._
             `;.;'              `-,/ .     `-.
             ';;'              _    `^`       `.
            ';;            ,'-' `--._          ;
   ':      `;;        ,;     `.    ':`,,.__,,_ /
    `;`:;`;:`       ,;  '.    ;,      ';';':';;`
                 .,; '    '-._ `':.;
               .:; `          '._ `';;,
             ;:` `    :'`'       ',__.)
           `;:;:.,...;'`'
         ';. '`'::'`''  .'`'
       ,'   `';;:,..::;`'`'
   , .;`      `'::''`
   ,`;`.


academic login:

6.71 จดหมายแจ้งปรับปรุงระบบ ของ se-ed.net : มีรายละเอียดหลายอย่างเขียนได้ดีมาก น่าอ่านเป็นกรณีศึกษา

6.72 thcity.com (เปลี่ยน Linux เป็น Windows) : Free hosting ที่ถือได้ว่าเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ผมเองก็ใช้บริการ เพราะประทับใจในความเร็ว และ datatransfer ปีละ 900 บาท

7.1 วิธีใช้โปรแกรม FTP ส่งแฟ้มเข้าเครื่อง isinthai.com : file transfer protocal สำหรับนำแฟ้มใน Pc ส่งเข้าเครื่อง server isinthai.com ซึ่ง server ตั้งอยู่ที่วิทยาลัยโยนก เมื่อส่งเข้าแล้ว จะทำให้คนทั่วโลกสามารถเปิดข้อมูลที่ท่านส่งเข้ามาได้ แต่ถ้าไม่ส่ง ท่านจะเป็นผู้เดียวที่เห็นข้อมูลของท่าน และวิธีที่ผมใช้เป็นวิธีพื้นฐานที่ windows ทุกเครื่องทำได้ แต่ถ้าเป็นมืออาชีพ เขาจะไปใช้ ws_ftp หรือ cute_ftp เพราะทำงานแบบ graphic ซึ่งผมไม่แนะนำสำหรับมือสมัครเล่น เพราะจะต้องไป download โปรแกรมมายุ่งยาก วิธีที่ผมจะเสนอ ปกติใช้ได้กับทุกเครื่อง ท่านสามารถพิมพ์ตามนี้ได้เลย
การใช้คำสั่ง ftp -i www.hypermart.net จะทำให้ใช้ mput หรือ mget โดยไม่ขึ้น prompt ถามแต่ละแฟ้ม ทำให้ upload หรือ download รวดเดียวได้แฟ้มทั้งหมด
7.2 การติดตั้งโปรแกรม .rpm ใน Redhat เพิ่มเติม : เมื่อมีโปรแกรมใหม่ ๆ ที่ต้องการติดตั้งเพิ่ม และเป็นโปรแกรมสกุล rpm

8.1 การกำหนดค่าในแฟ้มต่าง ๆ : เนื่องจาก linux ทำงานแบบ text mode ถึงจะมี graphic ช่วย แต่พื้นฐานก็ยังเป็น text mode
ท่านสามารถใช้โปรแกรม vi หรือ pico ในการแก้ไขตามที่ต้องการได้ ซึ่งในแต่ละแฟ้มจะมีการกำหนดไม่เหมือนกัน และรูปแบบแต่ละแฟ้มก็ต่างกันด้วย สำหรับทีมงานของเราไม่ใช้ผู้ชำนาญ ในหัวข้อนี้จึงนำข้อมูลที่ทดสอบ แล้วใช้งานได้ แต่อาจผิดในทาง Theory ซึ่งอาจก่อผลที่ผิดพลาดในอีกมุมมองหนึ่ง ที่ใด ทราบว่าเรากำหนดอะไรผิดไป ขอได้ชี้แนะด้วย
8.2 แฟ้มต่าง ๆ ที่ควรรู้จัก : แฟ้มต่าง ๆ ในระบบมีมากมาย ขอนำมา list ให้เฉพาะที่ทีมงานรู้จัก ท่านสามารถเรียนรู้ได้มากกว่านี้อีกมาก .. ขอเอาใจช่วยครับ

8.98 การติดตั้ง Linux Redhat : การติดตั้ง Linux Redhat 2 วิธี คือติดตั้งทั้ง Windows และ Linux หรือติดตั้ง Linux อย่างเดียว เป็นกรณีศึกษาจาก Redhat Linux 7.1
เรียบเรียงโดย :: สุวิทย์ สมสุภาพรุ่งยศ(suwit@yonok.ac.th) ประเสริฐ ประสารยา(prasert@cat.net.th) พงศ์สนิท เดชะบุญ(namagnitman@hotmail.com) สุพจน์ ทูลมาก(supot.toon@chaiyo.com)
การติดตั้ง Redhat Linux สามารถติดตั้งได้ 2 กรณี
8.99 การติดตั้ง Linux Redhat เมื่อแผ่น 2 ใช้ไม่ได้ : นี่คือวิธีหนีปัญหา เพราะจะแก้ปัญหาก็คือหาแผ่น CD ที่ใช้ได้มาให้ได้

9.1 กำหนด IP address และ host name : เพื่อกำหนด ip ให้กับ eth0 (Ethernet card เบอร์แรกคือเบอร์ 0)

9.5 โปรแกรมเพิ่มผู้ใช้ /usr/bin/_crt : โปรแกรมนี้เป็น shell script สำหรับเพิ่มผู้ใช้อย่างง่าย สร้างด้วย pico และกำหนดให้ประมวลผลด้วย chmod
โปรแกรมนี้ชื่อ _crt ถูกเก็บไว้ในห้อง /usr/bin โดยกำหนดให้ chmod 700 เพื่อให้สั่งประมวลผล shell script ตัวนี้ได้ และการจะใช้โปรแกรมนี้ได้จะต้องกำหนด PATH ไว้ที่ห้อง /usr/bin และ /usr/sbin จึงต้องกำหนด PATH เพิ่มเติม
จากเดิม PATH=$PATH:$HOME/bin (ถ้า admin ไม่แก้ไขให้ก่อนนะครับ) เป็นใหม่ PATH=$PATH:$HOME/bin:/sbin:/usr/bin:/usr/sbin ตรวจสอบตัวแปร PATH ด้วยคำสั่ง echo $PATH ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ากำหนดไว้ในแฟ้ม .bash_profile ในห้อง /etc/skel เพราะเป็นห้องที่เก็บค่าเริ่มต้น
9.6 โปรแกรมลบผู้ใช้ /usr/bin/_del : โปรแกรมนี้เป็น shell script สำหรับลบผู้ใช้อย่างง่าย สร้างด้วย pico และกำหนดให้ประมวลผลด้วย chmod
รายละเอียดอ้างอิงจากการเพิ่มผู้ใช้ได้เลย โปรแกรมนี้ชื่อ _del ถูกเก็บไว้ในห้อง /usr/bin โดยกำหนดให้ chmod 700 เพื่อให้สั่งประมวลผล shell script ตัวนี้ได้
9.9 แก้ไข aliases ของ user account : ช่วยกระจาย e-mail ของผู้ใช้ 1 คนไปหลายคน เช่น มีคนส่ง mail ถึง webmaster จะกระจายไปให้สมาชิกได้หลาย ๆ คน
สร้าง account ชื่อ webmaster แล้วแก้ไข /etc/aliases ด้วย pico สำหรับส่ง mail forward ไปยังบุคคลที่เป็น webmaste